ผบช.ภ.7แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ

ผบช.ภ.7แถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ
วันนี้(วันอังคาร ที่ 17 พ.ค. 65) เวลา 11.30 น.
พล.ต.ท.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์
ผบช.ภ.7
พร้อมด้วย
พล.ต.ต.อุทัย กวินเดชาธร
ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี
พ.ต.อ.กานต์​ ธรรมเกษม
รอง​ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี
พ.ต.​อ.โกศล​ ยามา
รอง​ ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี
ผกก. ทุก สภ. ในสังกัด ภ.จว.เพชรบุรี
และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง
ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัวผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญและน่าสนใจ จำนวน 2 คดี คือ
น.ส.จันทิมา หรือฟ้า วงค์วัทกี อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเพชรบุรี ที่ 110/2565 ลง 16 พ.ค. 65 ฐานความผิด “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา”
พร้อมด้วยของกลางในคดี
1.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 1 เครื่อง
2.เสื้อและกางเกง จำนวน 1 ชุด
3.จักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ สีแดงดำ ทะเบียน 1กจ 7910 เพชรบุรี จำนวน 1 คัน
พฤติการณ์แห่งคดี
สืบเนื่องจากคดีนี้ เมื่อวันที่ 13 พ.ค. 65 เวลาประมาณ 19.00 น. ได้รับแจ้งจากนายบุญธรรม เจริญศิริกุล ว่ามีคนเสียชีวิต ทราบชื่อภายหลังว่านางตี๋ แช่ภู่ อายุ 70 ปี ตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 3 วัน ที่บ้านไม่มีเลขที่ หมู่ 4 ต.ท่าแลง อ.ท่ายาง จว.เพชรบุรี เมื่อรับแจ้งเหตุแล้ว พ.ต.อ.โชคชัย เนียลเซ็น ผกก.สภ.ท่ายาง, พ.ต.ท.ประทีป แสงทองอร่าม รอง ผกก.สส.สภ.ท่ายาง, พ.ต.ท.นำพล พวงไพโรจน์ รอง ผกก.ป.สภ.ท่ายาง, พ.ต.ต.บุญธรรม ขาวปลั่ง สวป.สภ.ท่ายาง, ร.ต.อ.เดชาพล บุญเติมนิติกุล รอง สว.(สอบสวน) สภ.ท่ายาง พร้อมด้วยชุดสืบสวน, ชุดสายตรวจรถยนต์, แพทย์จาก รพ.ท่ายาง และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเพชรบุรี
เดินทางไปตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ ในที่เกิดเหตุ พบสภาพศพนอนหงายกางมุ้งนอนอยู่บนเตียง ลักษณะศพขึ้นอืด จึงไม่ปรากฎร่องรอยบาดแผลที่ชัดเจนแต่มีลักษณะผิดปกติลิ้นจุกปาก สันนิษฐานตายมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 วัน สภาพภายในห้องมีเสื้อผ้าและสิ่งของวางเกลื่อนอยู่บนพื้นห้องนอน พบท่อนไม้ 1 ท่อน ประมาณ 1 ฟุต จึงร่วมกับพิสูจน์หลักฐาน จังหวัดเพชรบุรีเก็บรวบรวมพยานหลักฐานพิมพ์ลายนิ้วมือแฝง ร่องรอย DNA วัตถุพยาน
ท่อนไม้ กระเป๋าผ้า จากการรวบรวมพยานหลักฐานในชั้นต้นทราบว่ามีญาติและบุคคลใกล้ชิด
หลายคนมากู้ยืมเงินจากผู้ตาย โดยมีเงินเก็บไว้ในบัญชีธนาคารอยู่หลายบัญชี และนิสัยส่วนตัว
ปากจัดชอบด่าว่าผู้อื่น โดยเฉพาะลูกหนี้ที่มาขอยืมเงิน จึงเป็นประเด็นหลักในการสืบสวนสอบสวนเพื่อทราบข้อเท็จจริงในเหตุแห่งการตาย
จากการสืบสวนได้ตั้งประเด็นเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินเป็นประเด็นหลัก จึงได้รวบรวมข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน พบว่าเงินในบัญชีในธนาคารของผู้ตายส่วนใหญ่ได้มอบให้กับครอบครัวของน้องชายผู้ตายยืมไป และผู้ตายได้ไว้วางใจ น.ส.จันทิมา หรือฟ้า วงค์วัทกี (หลานสะใภ้) ให้ยืมเงิน และช่วยจัดการเกี่ยวกับเรื่องเงินในบัญชี ครั้งสุดท้ายเมื่อเดือนที่แล้ว ผู้ตายได้มอบเงินให้ น.ส.จันทิมาฯ ยืมไปเป็นจำนวน 100,000 บาท รวมหนี้เงินทั้งหมด ประมาณ 300,000 บาท ส่วนลูกหนี้รายอื่นเป็นหนี้รายย่อยเล็กน้อยและอยู่นอกพื้นที่ และก่อนพบศพผู้ตายมีผู้พบเห็น น.ส.จันทิมาฯ อยู่กับผู้ตายเป็นคนสุดท้าย น.ส.จันทิมาฯ จึงเป็นบุคคลที่ต้องสงสัยเกี่ยวกับเหตุการณ์ตายของนางตี๋ฯ พ.ต.อ.กานต์ ธรรมเกษม รอง ผบก.ภ.จว.เพชรบุรี จึงได้เรียกฝ่ายสืบสวนของ สภ.ท่ายาง และ กก.ส.ภ.จว.เพชรบุรี มาประชุมแล้วมอบหมายให้ติดตามน.ส.จันทิมาฯ ซึ่งเป็นผู้ต้องสงสัยมาสืบสวนชักถาม และเก็บรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับข้อมูลการใช้โทรศัพท์ พิมพ์ลายนิ้วมือแฝง ร่องรอย DNA พบว่าในวันที่ 11 พ.ค. 65 มีการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบัญชีธนาคารกสิกรไทยของ น.ส.จันทิมาฯ ผิดปกติจำนวนเงิน 300,000 บาทจึงได้ซักถามในข้อเท็จจริงดังกล่าวน.ส.จันทิมาฯ มีข้อพิรุธหลายประการ จนรับว่าเงินจำนวนดังกล่าวเอามาจากผู้ตาย และให้การรับสารภาพว่าได้เป็นผู้ลงมือฆ่านางตี๋ฯ ในที่เกิดเหตุโดยใช้มือปิดปากปิดจมูก และใช้ไม้ตีจนถึงแก่ความตาย แล้วนำเงินของผู้ตายขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไปจากที่เกิดเหตุ น.ส.จันทิมาฯ อ้างว่ามูลเหตุที่เกิดขึ้นเนื่องจากผู้ตายทวงหนี้และด่าว่าตน จึงก่อเหตุฆ่านางตี๋ฯ แล้วเอาเงินของผู้ตายไป พนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องขออนุมัติจากศาลจังหวัดเพชรบุรี ออกหมายจับ น.ส.จันทิมาฯ ตามหมายจับที่ 110/2565 ลง 16 พ.ค. 65 แล้วจับกุมตัว น.ส.จันทิมาฯ ผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินตามกฎหมายต่อไป
นายกฤติพงศ์ หรือเบียร์ มาขุนทด อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาความผิดฐาน “วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกในการกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม และเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) โดยผิดกฎหมาย”
พร้อมด้วยของกลางในคดี
1.รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน ดำ หมายเลขทะเบียน 1กฐ 36 เพชรบุรี จำนวน 1 คัน
2.เสื้อ กางเกงและหมวกปีก ลายทหารบกที่ใช้ในการก่อเหตุ
3.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว่ สีฟ้า หมายเลข 062 8725759 จำนวน 1 เครื่อง
4.โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง สีบรอนทอง หมายเลข 0948051351 จำนวน 1 เครื่อง
5.หนังสือเดินทาง ของนาง SAN YIN INT จำนวน 1 เล่ม
6.หนังสือเดินทาง ของนาง SU HLAING WIN จำนวน 1 เล่ม
7.หนังสือเดินทาง ของนาย THAN HTAY AUNG จำนวน 1 เล่ม
8.ใบอนุญาตทำงานของนาง SAN YIN INT จำนวน 1 เล่ม
9.ใบอนุญาตทำงานของนาย THAN HTAY AUNG จำนวน 1 เล่ม
10.กระเป๋าสะพาย แบบหนังสีดำ จำนวน 1 ใบ
11.กระเป๋าสะพาย แบบหนังลายสีม่วง ขาว จำนวน 1 ใบ
12.กระเป๋าสะพาย แบบผ้า สีขาว ดำ จำนวน 1 ใบ
13.กระเป๋าใส่เงิน แบบหนังสีแดง จำนวน 1 ใบ
14.กระเป๋าถือ แบบหนังสีชมพู จำนวน 1 ใบ
15.เสื้อผ้าชุดทำงานบริษัทแคนคอม จำนวน 1 ชุด
16.เสื้อคลุมแขนยาวสีแดง ด้านหน้ามีรูปการ์ตูนมิกกี้เมาส์ จำนวน 1 ตัว
พฤติการณ์แห่งคดี
เมื่อวันที่ 16 พ.ค. 65 เวลาประมาณ 06.20 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เขาย้อย ได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยคนร้ายใช้รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีน้ำเงิน ดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน เป็นยานพาหนะ กระซากกระเป๋าสะพายแบบหนังสีดำภายในมีกระเป๋าใส่เงิน จำนวน 200 บาท บัตรเอทีเอ็มบัตรประตัวประชาชน ผู้เสียหาย นางรุสนี มาซา อายุ 21 ปี โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้เป็นชาย 1 คน หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไปทางถนนเพชรเกษม จากนั้นชุดสืบสวน ได้ขยายผลจากกล้องวงจรปิด และลงพื้นที่ทำการสืบสวนหาข่าวกรณีดังกล่าว
ต่อมาเวลาประมาณ 11.00 น. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.เขาข้อย ได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ อีกครั้ง โดยคนร้ายน่าจะเป็นบุคคลคนเดียวกันและใช้รถจักรยานยนต์คันเดียวกัน เป็นยานพาหนะในการกระทำความผิด โดยครั้งหลังคนร้ายเอาทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งวางอยู่ในตะกร้าหน้ารถจักรยาน ไปต่อหน้าผู้เสียหาย มีโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว่ สีฟ้า หมายเลข 0628725759 จำนวน 1 เครื่อง หนังสือเดินทาง ของนาง SU HLAING WIN จำนวน 1 เล่ม หนังสือเดินทาง ของนาย THAN HTAY AUNG จำนวน 1 เล่ม ใบอนุญาตทำงานของนาง SAN YIN INT จำนวน 1 เล่ม และใบอนุญาตทำงานของนาย THAN HTAY AUNG จำนวน 1 เล่ม ผู้เสียหาย นาง SU HLAING WIN อายุ 25 ปี (สัญชาติเมียนม่า) สถานที่เกิดเหตุทั้งสองเหตุใกล้เคียงกันคือเกิดขึ้นที่ถนนในหมู่บ้าน หมู่ 5 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี โดยกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพคนร้ายได้เป็นชาย 1 คน หลังก่อเหตุได้ชับรถจักรยายนต์หลบหนีไปทางถนนเพซรเกษมขาส่องใต้ จากนั้นชุดสืบสวน สภ.เขาย้อย ได้ขยายผลจากกล้องวงจรปิด และลงพื้นที่ทำการสืบสวนหาข่าวร่วมกับชุดสืบสวน ภ.จว.เพชรบุรี จนทราบว่ารถจักรยานยนต์ที่คนร้ยใช้ก่อเหตุ หมายเลขทะเบียน 1กฐ 36 เพชรบุรี และคนร้ายที่ก่อเหตุตามกล้องวงจรปิดนั้น คือนายกฤติพงศ์ หรือเบียร์ มาขุนทด ซึ่งหลบหนีการจับกุมมาอยู่ที่บริเวณถนนสาธารณะ หมู่ 2 ต.ห้วยโรง อ.เขาข้อย จ.เพชรบุรี ชุดสืบสวนจึงเข้าตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ จอดอยู่บริเวณดังกล่าว จาการสืบสวนขยายผลพบของกลาง รวม 16 รายการ ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหว่าได้ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ มาแล้วจำนวน 4 ครั้ง ในพื้นที่ สภ.เขาย้อย กล่าวคือ
ครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 20.00 น.เหตุเกิดถนนในหมู่บ้านบางเค็ม หมู่ 1 ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ทรัพย์ที่ได้มี กระเป๋าสะพายลายสก๊อต สีขาวแดง จำนวน 1 ใบ หนังสือเดินทางจำนวน 1 เล่ม บัตร เอทีเอ็ม จำนวน 2 ใบ และโทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ ซัมซุง สีบรอนทอง หมายเลข 0948051351 จำนวน 1 เครื่อง
ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 16.23 น. เหตุเกิดริมถนนเพชรเกษมขาล่องใต้หน้าที่ทำการไฟฟ้าเขาย้อย หมู่ 4 ต.สระพัง อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ทรัพย์ที่ได้มีเงินสดจำนวน 2,800 บาท โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว่ จำนวน 1 เครื่อง กระเป๋าผ้าสีขาวดำ จำนวน 1 ใบ หนังสือเดินทาง จำนวน 1 เล่ม
ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 06.20 น.เหตุเกิดถนนในหมู่บ้านหมู่ 5
ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพชรบุรี ทรัพย์ที่ได้มี เงินสดจำนวน 200 บาท กระเป๋าสะพายหนังสีดำ
จำนวน 1 ใบ บัตร เอทีเอ็ม จำนวน 1 ใบ และบัตรประจำตัวประชาชน จำนวน 1 ใบ
ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม 2565 เวลาประมาณ 10.47 น.เหตุเกิดถนนในหมู่บ้านหมู่ 5
ต.บางเค็ม อ.เขาย้อย จ.เพซรบุรี ทรัพย์ที่ได้มี โทรศัพท์มือถือ ยี่ห้อ วีโว้ สีฟ้า หมายเลข 062 8725759 จำนวน 1 เครื่อง หนังสือเดินทางจำนวน 2 เล่ม และใบอนุญาตทำงาน จำนวน 2 เล่ม
จากนั้นจึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาและของกลางที่ตรวจยึดได้นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายและจะสืบสวนขยายผลผู้ร่วมขบวนการต่อไป
ซึ่งการจับกุมผู้ต้องหาในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ยึดหลักการทำงานแบบ “กัดไม่ปล่อย ล่าไม่ถอย คอยไม่เลิก” จนสามารถจับกุมผู้กระทำความผิดได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชน
ในนามของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและตำรวจภูธรภาค 7 ได้ฝากถึงประชาชนว่าตำรวจทำงานอย่างเต็มที่ และขอชมเชยเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ทำงานด้วยความวิริยะ อุตสาหะ เสียสละ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้สังคมส่วนรวม และขอให้รักษาความดีนี้ไว้สืบต่อไป
ณ ภ.จว.เพชรบุรี ต.คลองกระแซง อ.เมืองเพชรบุรี จ.เพชรบุรี

ทีม ตระเวนข่าว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Next Post

ผบช.ภ.7รุดเยี่ยมการฝึกหน่วยปฏิบัติการพิเศษอินทรี 7ก่อนการแข่งขัน S.W.A.T. challenge 2022

พฤหัส พ.ค. 19 , 2022

Breaking News